โอ้เพื่อน! ไม่ใช่ท่วงทำนองนี้

Archive for 2008

จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรภูฏาน

In มติชนสุดสัปดาห์ on 17 พฤศจิกายน 2008 at 7:20 am
คนของโลก

จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรภูฏาน

ช่วง
ที่สหรัฐอเมริกากำลังมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีและเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง
ใหญ่ด้วยการเลือกคนผิวสีเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ประเทศเล็กๆ
ที่ตั้งอยู่อีกซีกหนึ่งของโลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน ทั้งนี้
พระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระชนมายุ 28 พรรษา
ทรงเข้าพิธีราชาภิเษกเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่องค์ที่ 5
แห่งราชอาณาจักรภูฏาน

พิธีราชาภิเษกจัดขึ้นตามประเพณีโบราณผสมผสานกับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา
ที่พระราชวังทาชิโช ซอง ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานบริหารและอาราม
ในกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน
การขึ้นครองราชย์ครั้งนี้ทำให้พระองค์ทรงกลายเป็นกษัตริย์ปกครองประเทศที่
อายุน้อยที่สุดในโลก

 พิธีราชาภิเษกเริ่มขึ้นโดยพระราชาธิบดี จิกมี
ซิงเย วังชุก พระบิดาของพระองค์ พระชนมายุ 52 พรรษา
ได้พระราชทานพระมหามงกุฎประดับตราประจำราชวงศ์แก่พระราชาธิบดี จิกมี
เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พร้อมพระราชทานพระอิสริยยศให้ว่า "ดรุก กยาลโป"
หรือ "พญามังกร" ก่อนที่พระองค์จะทรงขึ้นประทับยังบัลลังก์สลักด้วยทองคำ
จากนั้นทรงประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธตามลำดับ
ท่ามกลางอาคันตุกะต่างชาติหลายร้อยคนและพสกนิกรชาวภูฏานจำนวนหนึ่งที่อยู่ใน
ชุดแต่งกายประจำชาติเข้าร่วมพิธี

 ขณะเดียวกัน
บรรยากาศการเฉลิมฉลองภายในกรุงทิมพูเป็นไปอย่างคึกคักเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน
ทั้งเมืองถูกตกแต่งประดับประดาไปด้วยป้ายผ้าสีสันต่างๆ
มีการร้องรำทำเพลงของกลุ่มนักเต้นรำ

การขึ้นครองราชย์ของพระองค์มีขึ้นหลังจากพระราชาธิบดี จิกมี ซิงเย วังชุก
พระบิดา ทรงประกาศสละราชบัลลังก์เมื่อปี 2549
เพื่อปูทางสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของราชอาณาจักรภูฏานจากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข และทำให้ภูฏานกลายเป็นประเทศประชาธิปไตยน้องใหม่ในที่สุด
โดยได้จัดการเลือกตั้งรัฐสภาครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

พระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ประสูติเมื่อวันที่ 21
กุมภาพันธ์ 2523 เป็นพระโอรสองค์โตจากพระราชินีองค์ที่ 3 จากพระราชินี 4
พระองค์ ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน พระองค์มีพี่น้องอีก 2
พระองค์และลูกพี่ลูกน้องอีก 4 พระองค์จากต่างมารดา พระองค์ยังไม่อภิเษกสมรส

หลังจบการศึกษาพื้นฐานในภูฏานพระองค์ทรงเสด็จไปศึกษาต่อในต่างประเทศโดย
เริ่มแรกไปเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
อ๊อกซ์ฟอร์ดในประเทศอังกฤษ
พระองค์เสด็จไปต่างประเทศบ่อยครั้งในฐานะเป็นตัวแทนของภูฏานและมีบทบาทสำคัญ
ในองค์กรต่างประเทศเกี่ยวกับวัฒนาธรรม การศึกษา และเศรษฐกิจ พระราชาธิบดี
จิกมี ซิงเย วังชุก พระบิดาของพระองค์
ทรงได้ประกาศสละพระราชสมบัติและแต่งตั้งให้พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของ
ภูฏานเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2549
ก่อนที่จะมีการประกอบพิธีราชาภิเษกเป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 ของภูฏานในวันที่
6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

พระองค์เป็นผู้ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษช่วงที่เสด็จมาร่วมพิธีครองราชย์
60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี 2549
เป็นพระองค์ที่เด่นที่สุดในบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์จากทั่วโลกที่เสด็จมาร่วม
พิธีครั้งนั้น ซึ่งในตอนนั้นคนไทยเรียกพระองค์ว่า "เจ้าชายจิกมี"
สื่อมวลชนไทยเสนอข่าวของพระองค์ต่อเนื่อง
มีการตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับพระองค์หลายเล่ม
มีการจำหน่ายพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ทั่วประเทศ
พระองค์ทรงเสด็จมาประเทศไทยอีกครั้งโดยเสด็จมาเปิดสวนภูฏานในงานพืชสวนโลก
ที่เชียงใหม่ในปีเดียวกัน

และในเวลาเดียวกันมหาวิทยาลัยรังสิต ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้แก่พระองค์ด้วย...

@มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ วันที่ 14 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2551 ปีที่ 29 ฉบับที่ 1474

จบสิ้นเสียที ความธรรมดาอันเป็นปรกติสุขก็จะกลับมา

In เงาที่เดินนำหน้า on 17 พฤศจิกายน 2008 at 7:06 am

จะโศรกเศร้าเกินพอดีอะไรนักหนา

ดวงตาเห็นธรรมถูกครอบงำด้วยธรรมอันมองไม่เห็น

อิทธิพลของกาลเวลานั้นยิ่งใหญ่นัก

คงต้องรอ เพื่อให้ถึงเวลานั้น ให้เสลาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง

@ … กาลเวลาฆ่าคนดีทุกทีมา แต่เวลาก็ทูนเทอดเชิดคนดี.

เป็น somebody ในความหมายของตนเอง

In เงาที่เดินนำหน้า on 17 พฤศจิกายน 2008 at 6:39 am

บางคนอาจเป็น anybody ในสายตาของใครหลายๆคน

แต่มันก็น่าพอใจแล้ว มิใช่หรือ

หากใครคนนั้น เป็น somebody ในความพอใจ ในความหมายของตนเอง

@แด่เพื่อนผู้คว้าวันเวลาไว้ได้มากกว่าเรา